“ภูมิทัศน์ของ BIM 5D ในประเทศไทย: ความท้าทายและโอกาส”
จากแรงกดดันภายนอกสู่คุณค่าที่จับต้องได้—เข้าใจบริบทไทยเพื่อออกแบบโซลูชันที่ใช้งานจริง
การเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิมไปสู่ BIM ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างราบรื่นในทุกประเทศ สำหรับประเทศไทย การนำ BIM มาใช้ โดยเฉพาะในมิติที่ 5 (5D) เพื่อการประมาณราคานั้น มีลักษณะเฉพาะตัวทั้งในด้านปัจจัยขับเคลื่อน, ประโยชน์ที่คาดหวัง, และอุปสรรคที่หยั่งรากลึก การทำความเข้าใจภูมิทัศน์นี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะสามารถนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง
แรงขับหลักมักเป็น “คำร้องขอจากผู้พัฒนาโครงการเอกชน” ที่กำหนดให้ใช้ BIM ในการประมูล โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่/ซับซ้อน มุมมองของผู้พัฒนาเห็น BIM เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
- Clash Detection ลดการแก้ไขหน้างาน
- อัปเดตแบบเทคนิคได้เร็ว/สอดคล้องทุกมุมมอง
- QTO แม่นขึ้น หนุนการจัดทำงบประมาณช่วงประมูล


แรงกดดันจากลูกค้าทำให้องค์กรจำนวนมากมีทัศนคติ “ทำตามข้อกำหนด” (เพื่อผ่านเกณฑ์ประมูล) แทนการปฏิรูปกระบวนการทำงานทั้งองค์กร เกิด “BIM Façade”—ภาพว่ามี BIM แต่ยังเก็บเกี่ยวคุณค่าไม่เต็มที่
โซลูชันที่ตลาดต้องการจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือ “เวิร์กโฟลว์ที่สมบูรณ์ ใช้งานง่าย มีคุณค่าจับต้องได้ทันที” เพื่อผลักดันการลงทุนเชิงลึกและการเปลี่ยนผ่านจริง

- การลงทุนสูงและต่อเนื่อง (ซอฟต์แวร์/ฮาร์ดแวร์/อบรม/ผู้เชี่ยวชาญ)
- ขาดแคลนบุคลากรและความรู้ตลอดสายงาน
- การสนับสนุน/มาตรฐานกลางจากภาครัฐยังไม่ชัด
- การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะใน SMEs
แนวทางแก้ที่ยั่งยืน: ลดภาระต้นทุนตั้งต้น, ลดความต้องการทักษะสูง, และบูรณาการกับเวิร์กโฟลว์เดิมได้อย่างราบรื่น


หากโซลูชันสามารถลดต้นทุนเริ่มต้น, กำจัดความซับซ้อน, และเชื่อมเข้ากับงานประจำวันได้จริง— BIM 5D จะกลายเป็นตัวช่วยตัดสินใจด้านต้นทุนที่ใช้งานได้ทุกวัน ไม่ใช่เพียง “คุณสมบัติในเอกสารเสนอราคา”
สรุปประเด็นสำหรับการออกแบบโซลูชัน
- โฟกัส “คุณค่าที่จับต้องได้ทันที” เพื่อลด mindset แบบ compliance only
- ลดต้นทุนเริ่มต้น และลดสกิลที่ต้องการ เพื่อเปิดประตูให้ SME
- หลอมรวมเวิร์กโฟลว์จริง ไม่ใช่แค่เครื่องมือแยกส่วน
- เตรียมทางเชื่อมกับมาตรฐาน/ภาครัฐ เมื่อตลาดพร้อม